ทำไมในยุคปัจจุบันควรใส่ใจกับที่มาของเสื้อผ้ามากขึ้น
การใส่ใจที่มาของเสื้อผ้าไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์หรือความสวยงามอีกต่อไปแล้วครับ แต่มันคือการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อสังคม และโลกใบนี้ครับ ต่อให้ถูกหวยไวมีเงินใช้แบบไม่ต้องคิดอะไรก็ควรเลือกที่มาของเสื้อผ้าอยู่ดีครับ
ทำไมในยุคปัจจุบันควรใส่ใจกับที่มาของเสื้อผ้ามากขึ้น
1.วิกฤตขยะสิ่งทอและ Fast Fashion
อุตสาหกรรมแฟชั่นโดยเฉพาะ Fast Fashion (เสื้อผ้าที่เน้นตามกระแส ราคาถูก และเปลี่ยนไว) สร้างขยะมหาศาล
- ภูเขาขยะ: ในแต่ละปีมีเสื้อผ้ากว่า 87% ที่ผลิตขึ้นจบลงด้วยการถูกเผาหรือทิ้งในหลุมฝังกลบ ซึ่งเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ (เช่น โพลีเอสเตอร์) ใช้เวลานานหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลาย
- ขยะที่มองไม่เห็น: ทุกครั้งที่คุณซักเสื้อผ้าที่ทำจากพลาสติก ไมโครพลาสติก จะหลุดลอยลงสู่แหล่งน้ำและมหาสมุทร ซึ่งปัจจุบันส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลกว่า 2,000 สายพันธุ์และย้อนกลับมาสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์
2.ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
การผลิตเสื้อผ้าหนึ่งชิ้นต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าที่เราคิด:
- น้ำ: การผลิตเสื้อยืดคอตตอนเพียง 1 ตัว อาจใช้น้ำมากถึง 2,700 ลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำที่คนหนึ่งคนดื่มได้นานถึง 2 ปีครึ่ง
- มลพิษทางน้ำ: กระบวนการย้อมผ้าและตกแต่งผิวผ้าเป็นสาเหตุของมลพิษทางน้ำทั่วโลกถึง 20% สารเคมีอันตรายมักถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด ส่งผลเสียต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ
3.สิทธิแรงงานและจริยธรรม
เบื้องหลังเสื้อผ้าราคาถูก อาจแลกมาด้วยการกดขี่แรงงาน:
- ค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม: แรงงานในประเทศอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มหลายแห่งได้รับค่าจ้างต่ำกว่าระดับที่ใช้ครองชีพได้จริง (Living Wage)
- สภาพแวดล้อมที่อันตราย: การใส่ใจที่มาของเสื้อผ้าช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเราไม่ได้สนับสนุนแบรนด์ที่ใช้แรงงานเด็ก หรือทำงานในโรงงานที่ไม่ปลอดภัย
4.สุขภาพของผู้สวมใส่
เสื้อผ้าที่มีที่มาไม่ชัดเจนมักใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน:
- สารเคมีตกค้าง: สารย้อมสี สารกันยับ หรือสารป้องกันเชื้อราในเสื้อผ้าราคาถูกอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง หรือส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและระบบประสาทในระยะยาว
- วัสดุคุณภาพต่ำ: เสื้อผ้าเหล่านี้มักระบายอากาศได้ไม่ดีและเสื่อมสภาพเร็ว ทำให้คุณต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อยครั้ง
5.พลังของผู้บริโภค
ในปี 2025 นี้ กฎหมายทั่วโลกเริ่มเข้มงวดขึ้น (เช่น กฎหมาย EPR ในยุโรปที่ให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบขยะ)
- เมื่อคุณเลือกแบรนด์ที่โปร่งใส (Transparency) และมีความรับผิดชอบ คุณกำลังส่งสัญญาณให้ตลาดปรับตัว
- การสนับสนุน Slow Fashion หรือเสื้อผ้าที่มีคุณภาพสูงแต่ใช้ได้นาน คือการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
เริ่มต้น "ใส่ใจ" ได้ง่ายๆ อย่างไร?
- อ่านป้าย Care Label: มองหาวัสดุจากธรรมชาติ เช่น Organic Cotton, Linen, Hemp หรือผ้ารีไซเคิล
- ถามหาความโปร่งใส: เลือกแบรนด์ที่บอกชัดเจนว่าผลิตที่ไหน ใครเป็นคนทำ
- Quality over Quantity: ซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดี แม้จะราคาสูงกว่าแต่ใส่ได้นานหลายปี แทนการซื้อเสื้อผ้าถูกๆ ที่ใส่เพียงไม่กี่ครั้งก็พัง
The post ทำไมในยุคปัจจุบันควรใส่ใจกับที่มาของเสื้อผ้ามากขึ้น appeared first on BKK SIAM.

